ตราด จับได้คาหนังคาเขาหนุ่มใหญ่ขับแบ็คโฮตีป่าเตียนโล่ง อ้างแค่รับจ้างตีป่า ปิดปากเงียบไม่ยอมบอกชื่อนายทุนที่ป่าสงวนแห่งชาติบ้านเขาน้อย ด่านชุมพล
.
บ่ายวันที่ 4 กรกฎาคม 2567 ว่าที่ ร.ต.วรรณศักดิ์ สุวิรนิตย์ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคงอำเภอบ่อไร่ นายปฎิยุทธ บูรพัฒน์ ผอ.ศูนย์ป่าไม้จังหวัดตราดพร้อมด้วยนายจักรพันธุ์ กุมภะ หัวหน่วยรักษาป่าที่ ตร.4 พร้อมเจ้าหน้าที่ ตำรวจ สภ.ด่านชุมพล เรือเอกเกรียงไกร เดชเสน หัวหน้าชุดทหารพรานด่านชุมพล และเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 116 บ่อไร่ นำกำลังพลเข้าจับกุมผู้บุกรุกป่าสงวน ด้วยการใช้รถแบ็คโฮตีป่า ขณะเข้าทำการจับกุม คนขับรถแบ็คโฮ เป็นชายอายุประมาณ 40 ปีเศษ วิ่งหลบหนีเข้าป่า เจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันไล่จับกุม และสามารถจับกุมตัวไว้ได้ ทราบชื่อว่า นายณรงค์ นามสมมติ อายุ 45 ปี พร้อมรถแบ็คโฮสีฟ้า ติดโลโก้ ช.อาวุธ หลังจากนั้นจึงให้ขับรถแบ็คโฮคันดังกล่าว มาทำบันทึกการจับกุมที่สภ.ด่านชุมพล ระยะทางประมาณ 7 กม. ก่อนจะนำรถแบ็คโฮของกลางไปเก็บไว้ที่ หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ตร.4 ด่านชุมพล และนำตัวนายณรงค์ มาสอบปากคำที่ สภ.ด่านชุมพล โดยมี ร.ต.อ.แสวง สวลักษณ์ ปฎิบัติหน้าที่ ร้อยเวร สภ.ด่านชุมพล
.
ว่าที่ ร.ต.วรรณศักดิ์ สุวิรนิตย์ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคงอำเภอบ่อไร่ บอกว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้ เป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องจากวันที่ 27 มิถุนายน67 ที่ผ่านมา หลังเจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจยึดพื้นที่ป่าสงวนบ้านเขาน้อย ที่ถูกนายทุนมาตีป่าทำแปลงปลูกยางพาราและปาล์มน้ำมันจำนวน 86 ไร่ แต่ไม่สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้ จึงแค่ตรวจยึดพื้นที่ไว้ หลังจากนั้นก็มีการติดตามตรวจสอบการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนที่ถูกบุกรุกเพิ่ม จนทราบว่ามีการนำรถแบ็คโฮเข้าไปตีป่า ในป่าสงวนบ้านเขาน้อยอีก เจ้าหน้าที่ป่าไม้จึงนำกำลังเข้าทำการจับกุม โดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้าเพราะเกรงว่าข่าวจะรั่ว เหมือนการจับกุมครั้งที่ผ่านมา และเมื่อจับตัวคนร้ายได้แล้ว จึงแจ้งเจ้าหน้าที่หน่วยต่างๆที่เกี่ยวข้องเข้าทำการควบคุมตัวคนขับรถแบ็คโฮ และรถแบ็คโฮที่ใช้กระทำความผิดในครั้งนี้ จึงขอฝากให้ชาวบ้านช่วยเป็นหู เป็นตา ตรวจสอบการบุกรุกป่าสงวนให้ด้วยหาพบเห็นให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่โดยด่วน
.
ขณะนายจักรพันธุ์ กุมภะ หัวหน่วยรักษาป่าที่ ตร. 4 เปิดเผยว่า เหตุการณ์รุกป่าสงวนบ้านเขาน้อย ยังไม่หมด เพราะพอถูกจับได้ก็จะหยุดบุกรุกระยะหนึ่ง เมื่อเห็นว่าเรื่องเงียบก็จะเข้าทำการบุกรุกต่อ เจ้าหน้าที่จึงต้องลาดตระเวน ตรวจสอบ ดูแล และหาจังหวะเข้าจับกุมผู้กระทำความผิดดังกล่าว ซึ่งในครั้งนี้คนขับรถแบ็คโฮ อ้างว่าไม่รู้ว่าเป็นเขตป่าสงวน แต่เจ้าหน้าที่ไม่เชื่อเพราะทิ้งรถแบ็คโฮวิ่งหนี แสดงว่าต้องรู้ว่ามีความผิด แต่ยังปิดปากเงียบ อ้างว่าแค่รับจ้างเท่านั้น ไม่รู้ว่าเจ้าของที่เป็นใคร ขณะรายงานข่าวเวลา 22.30 น.ยังสอบปากคำคนขับรถแบ็คโฮไม่เสร็จ เพราะต้องเค้นเอาความจริงให้ได้ว่าใครคือเจ้าของที่ที่บุกรุกป่าสงวนในครั้งนี้ถึง 13 ไร่เศษดังกล่าว
โดย กุลชาติ สิงห์ครุบ หัวหน้าข่าวภาค2






ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น