สมาคมกีฬาฯ จับมือกกท.ภูเก็ต และค่ายมวยซินบี มวยไทย จัดกิจกรรมโครงการ Phuket Sports City เพื่อต่อยอด มวยไทย Soft Power ของจังหวัดภูเก็ตก้าวสู่ระดับนานาชาติ เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับจังหวัดภูเก็ตและประเทศไทยมากยิ่งขึ้น

.


เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2567 ณ สนามมวยซินบี บ็อกซิ่ง สเตเดี้ยม ซอยไสยวน 9 ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายธรรมวรรธ วงศ์เจริญยศ นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดภูเก็ต และนายดำรง ไชยเสนา ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดภูเก็ต เข้าร่วมเป็นเกียรติให้ความรู้ศิลปะมวยไทย เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมโครงการ Phuket Sports City เพื่อต่อยอด มวยไทย Soft Power ของจังหวัดภูเก็ตก้าวสู่ระดับนานาชาติ เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับจังหวัดภูเก็ตและประเทศไทยมากยิ่งขึ้น โดยมีนายสมชาย บิลหมัด เจ้าของสนามมวยซินบีฯ และทีมงานร่วมให้การต้อนรับ

.



นอกจากนี้นายกสมาคมกีฬาฯ ยังได้ร่วมชมการจัดการแข่งขันกีฬามวยไทยส่งเสริมเอกลักษณ์ไทย “PHUKET MUAYTHAI 2024” โดยมีจำนวนคู่มวยเข้าร่วมการแข่งขัน จำนวน 7 คู่ และมีผู้เข้าชมการแข่งขัน จำนวน 200 คน

.

ทั้งนี้ด้วยจังหวัดภูเก็ต ในฐานะที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นเมืองกีฬา (Sports City) จึงมีนโยบายที่จะดำเนินการจัดศึกมวยไทยนานาชาติ (Soft Power) เพื่อเป็นการส่งเสริม สนับสนุน อนุรักษ์ และเผยแพร่กีฬามวยไทย รวมถึงส่งเสริมพัฒนานักกีฬามวยไทยในส่วนท้องถิ่น และในส่วนภูมิภาค ก้าวเข้าสู่สนามมวยมาตรฐาน และระดับนานาชาติ เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต

.



นายธรรมวรรธ วงศ์เจริญยศ นายกสมาคมกีฬาฯ กล่าวว่า ด้วยภูเก็ตเป็นหนึ่ง ใน 16 จังหวัดของเมืองสปอร์ตซิตี้ และตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์มวยไทย ได้มีการต่อยอดมาจากการเป็นเมืองสปอร์ตซิตี้ และกีฬามวยไทยเป็นหนึ่งในกีฬาที่ได้รับการส่งเสริมเช่นกัน โดยเฉพาะในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งนักมวยไม่ได้มีเฉพาะคนไทย แต่ยังมีนักมวยชาวต่างชาติด้วย ซึ่งในส่วนของสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดภูเก็ต ได้ร่วมกับการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดภูเก็ต ได้มีการส่งเสริมกีฬาชนิดนี้ตั้งแต่ระดับรากหญ้า  เริ่มจากนักมวยระดับเยาวชนไปสู่ความเป็นเลิศเพื่อไปสู่อาชีพให้ได้ โดยสภาพสปอร์ตซิตี้ของจังหวัดภูเก็ต 

.



นอกจากเรื่องของกีฬาซึ่งมีผู้สนใจทั้งคนไทยและต่างชาติ ก็จะเป็นส่วนหนึ่งของสปอร์ตทัวริซึมด้วย เช่น สนามมวยซินบีฯ ซึ่งจะมีผู้เข้ามาฝึกซ้อมวันละประมาณ 200 คน เป็นต้น  โดยเหตุที่เลือกมาสนามมวยซินบีฯ เนื่องจากทางเจ้าของเป็นนักมวยเอง และมีประสบการณ์ในวงการมายาวนาน มาพัฒนาจากค่ายมวยเล็ก จนถึงปัจจุบันเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนเป็นสนามมวยที่ได้มาตรฐานแห่งหนึ่งของสนามมวยภูเก็ต 

.

นายดำรง ไชยเสนา ผอ.สำนักงาน กกท.จ.ภูเก็ต กล่าวว่า กิจกรรมในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการภูเก็ตสปอร์ตซิตี้ ซึ่งพยายามต่อยอดมวยไทยซอฟต์พาวเวอร์ ที่ผ่านมาภูเก็ต จะมีสนามมวยที่มีเวทีมวยมาตรฐานจำนวน 2 แห่ง  ซึ่งอยู่ในพื้นที่ป่าตอง เป็นหลัก จึงได้พยายามที่ 1 แห่ง และจะทำอย่างไรที่จะทำให้มีสนามมวยที่มีการจัดแข่งขันแบบมาตรฐานเพิ่มขึ้น จึงได้ประสานกับทางสนามมวยซิบบี้มวยไทย ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์ 

.




นอกจากจะเป็นเป็นสนามมวยมาตรฐานที่มีความพร้อมแล้ว ยังมีการเรียนการสอนที่เข้มข้นและเป็นมวยไทยแท้ 100%  จึงได้จัดทำโครงการดังกล่าวขึ้น เพราะตามปกติของสนามมวยแห่งนี้ นอกจากจะมีการเรียนการสอนหรือเทรนเนอร์ให้กับนักเรียนแล้ว ยังมีการพาไปดูการแข่งขันชกมวยด้วย ซึ่งที่สนามแห่งนี้จะมีการแข่งขันชกมวยทุกวันเสาร์ เชื่อว่าในอนาคตหลังจากที่เป็นสนามมวยที่ได้มาตรฐานแล้ว และจะมีวันที่มีการจัดการแข่งขันเพิ่มมากขึ้นจากเดิมที่จัดเพียงสัปดาห์ละ 1 วัน

.

นายดำรง กล่าวด้วยว่า หลังจากที่มีการประกาศให้ภูเก็ตเป็นเมืองแห่งกีฬา และมีวีซ่าสำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการมาเรียนมวยไทย  เพราะปกติการจะเข้ามาเรียนมวยไทยจะมีวีซ่า 1 ปี แต่ต้องเป็นการเรียนในโรงเรียนที่สอนมวยไทย ซึ่งมีจำนวนไม่กี่แห่ง แต่เมื่อมีการออกวีซ่าสำหรับชาวต่างชาติที่มาเรียนมวยไทยซึ่งมีระยะเวลา 6 เดือน โดยไม่จำเป็นต้องเรียนในโรงเรียน สามารถที่จะต่อวีซ่าได้ อีก 6 เดือน รวมเป็น 1 ปี  ซึ่งการเข้ามาของชาวต่างชาติที่นำเม็ดเงินเข้ามานั้น ไม่ใช่หลักล้านบาท แต่เป็นหลักร้อยล้านบาท เพราะคนที่เข้ามาเรียนมวยไทยนั้นจะใช้เวลาในการเรียนเป็นเดือน หรือบางคนยาวเป็นปี  อาทิ จีน รัสเซีย เป็นต้น ดังนั้นขอขอบคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการการท่องเที่ยวและกีฬา, ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย สำนักงานมวยที่ดูแลและส่งเสริมเรื่องของมวย  ซึ่งในอนาคตจะมีข่าวดีกับชาวภูเก็ต เนื่องจากจะมีการโชว์เมืองแห่งการเป็นมวยไทย หรือภูเก็ตมวยไทยวิลลเลจเฟสติวัล  

.

ด้านนายสมชาย บิลหมัด เจ้าของสนามมวยซินบีฯ กล่าวว่า ได้เปิดค่ายมวยมาประมาณ 18 ปีแล้ว แต่พึ่งย้ายมาที่ปัจจุบันเมื่อประมาณ 5 ปีที่ผ่านมา  ซึ่งจุดเด่นของซินบีฯ เน้นสอนมวยไทยจริงๆ ไม่ใช่มวยแบบฟิสเนส ซึ่งคนที่มาฝึกมีหลากหลายทั้งคนไทยและต่างชาติ จะเป็นลักษณะแนะนำต่อๆ กันมา โดยครูมวยที่มาสอนนั้นจะเป็นอดีตนักมวย สำหรับค่าใช้จ่ายของชาวต่างชาติที่เข้ามาเรียนมวยนั้น จะมีค่าใช้จ่ายเฉพาะการเรียนมวยอย่างเดียว เดือนละประมาณ  10,000 บาทต้น  ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายในเรื่องของที่พักและอาหารการกิน ซึ่งกระจายไปตามพื้นที่ต่างๆ



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้