นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา

โรคเก๊าท์  ปวดข้อเรื้อรังกับอันตรายที่มองไม่เห็น 


    นพ.สุนทร ศรีสุวรรณ์ อาจารย์แพทย์กลุ่มงานศัลยศาสตร์ออโธปิดิกส์ โรงพยาบาลศูนย์หาดใหญ่ กล่าวถึงโรคเก๊าท์ว่าเป็นโรคข้ออักเสบที่พบบ่อยและมักเจอในคนอายุ 30-40 ปี ขึ้นไป พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิงประมาณ 9 เท่า อาการของโรคเก๊าท์คือ มักมีอาการปวดทีละข้อ ซึ่งตำแหน่งที่ปวดและพบได้บ่อย คือ ข้อนิ้วโป้งเท้า ข้อเท้า ข้อเข่า

   






สาเหตุของโรคเก๊าท์ เกิดจากการสะสมของกรดยูริกในข้อต่อและเนื้อเยื่อส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ซึ่งทำให้เกิดอาการได้ดังต่อไปนี้

- ปวดข้อรุนแรง โดยเฉพาะที่ข้อนิ้วโป้งเท้า ข้อเท้า ข้อเข่า หรือข้อมือ

- มีลักษณะบวม แดง และรู้สึกร้อนบริเวณข้อต่อที่อักเสบ

- ในคนไข้บางรายที่มีอาการเรื้อรัง อาจมีการก่อตัวของก้อนโทฟัส (Tophus) หรือก้อนใต้ผิวหนังที่เกิดจากการสะสมของผลึกกรดยูริก ซึ่งเป็นสาเหตุของการทำลายข้อต่อและเส้นเอ็นได้

- เกิดความเสี่ยงของอาการติดเชื้อได้ง่ายขึ้น ซึ่งสาเหตุหลักมาจากก้อนโทฟัสที่แตก โดยสามารถสังเกตเห็นเป็นผงสีขาวนวลคล้ายชอล์ก

- หากมีอาการปวดเรื้อรัง และไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม/ต่อเนื่อง อาจก่อให้เกิดนิ่วในไต และทำให้เกิดอาการไตวายได้ในอนาคต

สาเหตุของโรคเก๊าท์

   โรคเก๊าท์เกิดจากการที่ร่างกายมีกรดยูริกในเลือดสูง (Hyperuricemia) ซึ่งสาเหตุของกรดยูริกในเลือดสูงอาจเกิดจาก 

- การสร้างกรดยูริกมากเกินไป เช่น เป็นจากพันธุกรรม , โรคอ้วน  , โรคไตบางชนิด

- ไตขับกรดยูริกออกได้น้อยลง

- การรับประทานอาหารที่มีสารพิวรีน (Purine) สูง เช่น เครื่องในสัตว์ทุกชนิด อาหารทะเล กะปิ ปลาซาร์ดีน หอย เนื้อแดง สัตว์ปีก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ น้ำผลไม้ที่มีรสหวาน หน่อไม้ เห็ด ยอดผักอ่อน พืชตระกูลแตงทุกชนิด ซึ่งสารพิวรีนที่มีอยู่ในกลุ่มอาหารข้างต้น เมื่อเข้าสู่ร่างกาย จะเกิดการเผาผลาญเป็นกรดยูริก 


หากรับประทานมากเกินไปจะทำให้เกิดกรดยูริกปริมาณมากคั่งในข้อต่อ เป็นสาเหตุของโรคเก๊าท์ในเวลาต่อมา

- การใช้ยาบางชนิด เช่น ยาขับปัสสาวะ ยาแอสไพริน

- อาการเจ็บป่วยที่มีการสร้างเซลล์เพิ่มขึ้นผิดปกติ เช่น มะเร็งเม็ดเลือด โรคสะเก็ดเงิน

การวินิจฉัย

แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคเก๊าท์ได้จาก:

• การตรวจระดับกรดยูริกในเลือด

• การตรวจของเหลวในข้อต่อ เพื่อหาผลึกกรดยูริก

• การตรวจเอ็กซเรย์หรืออัลตร้าซาวนด์ข้อต่อ เพื่อประเมินการสึกกร่อนของข้อจากโรคเก๊าท์

แนวทางการรักษาประกอบด้วย

• พักการใช้งานข้อ ควรยกข้อสูงเพื่อไม่ให้เกิดอาการบวม ประคบเย็นบรรเทาอาการปวด

• ทานยาบรรเทาอาการ เช่น ยาแก้อักเสบกลุ่ม NSAIDs, โคลชิซีน (Colchicine)

• ทานยาควบคุมระดับกรดยูริก เช่น อัลโลพูรินอล (Allopurinol), เฟบูโซสเตท (Febuxostat) ในการทานยาควบคุมระดับกรดยูริกนี้จะเริ่มยาหลังจากผ่านพ้นระยะข้ออักเสบเฉียบพลันไปแล้ว

• ในกรณีของคนไข้บางราย อาจใช้ยาเพิ่มการขับกรดยูริกทางไต อาทิ เช่น

ซัลฟินไพราโซน ( Sulfinpyrazone), โปรเบ็นนีซิด ( Probenecid )

• การปรับพฤติกรรมในการบริโภคเพื่อลดปัจจัยเสี่ยง เช่น การงดทานอาหารที่มี สารพิวรีนสูง

• รักษาโรคร่วม และตรวจประเมินอย่างต่อเนื่อง

• ควรดื่มน้ำมากๆ เพื่อช่วยไตในการขับกรดยูริกออกจากร่างกาย

อาหารแนะนำสำหรับผู้ป่วยโรคเก๊าท์

• ผลไม้ ผัก และธัญพืชที่ไม่ผ่านการขัดสี

• โปรตีนจากพืช เช่น ถั่วเหลือง

• ดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน

การดูแลโรคเก๊าท์ต้องอาศัยการปฏิบัติตัวอย่างเคร่งครัดและตรวจติดตามอาการเพื่อควบคุมระดับกรดยูริกในระยะยาว โรคเก๊าท์เป็นโรคที่รักษาให้หายขาดได้ แต่ต้องอาศัยการเอาใจใส่ต่อการรักษาของผู้ป่วยเอง การดูแลตนเองอย่างเคร่งครัด เช่นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการบริโภค การใช้ชีวิตประจำวัน และหากได้รับการรักษาแต่เนิ่นๆ โอกาสหายขาดจะเร็วขึ้น ยิ่งปล่อยนาน ยิ่งยากต่อการรักษา




ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้